ได้มีโอกาสกลับไปเยี่ยม
ห้างเก่าที่เคยไปเดินเที่ยวประจำ
เพราะส่วนตัวทั้งเบื่อ และไม่ชอบ
ห้างที่มีเสียงเพลงโหวกเหวก...
ห้างนารายณ์ภัณฑ์ เป็นห้างสไตล์เก่า
ตั้งอยู่ตรงข้ามเซ็นทรัลเวิร์ด
เเต่น่าเสียดายที่อีกไม่นาน
พื้นที่ตรงนี้
ก็จะเปลี่ยนแปลงไปเสียเเล้ว
2 ปีก่อน (ช่วงที่ออกแบบโมเดลmandala)
ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้วันนั้นตัดสินใจ
เดินขึ้นไปชั้น 2 ของห้าง
แล้วก็พบกับเศียรของพระคเนศ
ขนาดเท่าๆของหุ่นละครเล็ก
สวยมาก
เจ้าหน้าที่ เขาบอกว่า สินค้าชิ้นนี้
อยู่มานานเเล้ว เป็นของช่างเก่าแก่คนหนึ่ง
ไม่ได้ทำพิธีอะไร ทำเหมือนเป็นของที่ระลึก
แต่เท่าที่สังเกต ผมว่าคงตั้งอยู่ตรงนั้น
มาหลายปี (อาจจะถึงหลัก 10 ปีก็ได้)
เพราะฝีมือช่างต่างจากปัจจุบัน
ลักษณะของหน้าผากที่
ดูตรงตามลักษณะของช้างมงคลของไทย
และวิธีการเก็บรายละเอียด
ที่มีความใส่ใจในงานสูงมาก
แสดงว่าครูช่างคนนี้ เป็นคนที่มีความรู้
เเละมีความเป็นศิลปินไทยอย่างเต็มตัว
ผลงานจึงออกมาไม่มากชิ้นนัก...
เคยมีคนบอกว่าการนำพระคเนศมาบูชา
ต้องผ่านพิธีเท่านั้น มิฉะนั้นจะ...
อย่างนู้น...อย่างนี้...ว่าไปนั่น
ช่างเขาปะไร คนที่เข้าพิธีแล้วเป็นคนเลวๆก็มี
แล้วความศักดิ์สิทธิ์จะวัดจากที่ไหนล่ะ?
...
อาจารย์ เคยสอนว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์
ไม่ได้วัดที่พิธีรีตองพิธีเป็นเพียงการสร้าง
ขวัญเเละกำลังใจให้คนมีความเชื่อมั่น
หากใช้ในทางที่ถูกก็สามารถทำให้
คนจำนวนมากมีกำลังใจ
แต่หากใช้ในทางเลวมันก็
ไม่ต่างอะไรกับพวกต้มตุ๋น
ฉะนั้นมันจึงอยู่ที่เจตนากับความตั้งใจ
ที่ให้กันมากกว่าพิธีลมๆลวงๆ
โดยคนที่เจตนาไม่บริสุทธิ์...
และสิ่งที่ผมเห็นอยู่ตรงหน้าก็มีความเป็น
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีความตั้งใจกับ
ผลงานที่มีคุณค่าของครูช่างไทย
ที่ผมไม่ทราบนามท่านนี้
เเต่ผมได้รับรู้ถึงความใส่ใจในผลงาน
ซึ่งถ่ายทอดออกมาอย่างปรพณีตบรรจง
เพราะเขารู้ว่าเขาทำในสิ่งที่เขาเคารพ
ผลงานที่ออกมาจึงให้
คุณค่ามากกว่าเพียงของที่ระลึก
เเต่ ณ วันนั้นผมได้เเต่เพียงยืนดูซ้ำแล้วซ้ำอีก
เเวะมายืนดูลายไทยบ้าง
มาสังเกตรายละเอียดบ้าง
ด้วยความรู้สึกชื่นชม
ในฐานะลูกหลานไทยคนนึง
...
จากวันนั้นผ่านมาร่วม 2 ปี
ห้างนารายณ์ภัณฑ์กำลังจะปิดตัวลง
ทั้งร้านหิน ร้านของเก่าที่ผมเคยใช้เป็น
แหล่งกบดานและหาข้อมูล
(แบบไม่มั่ว เพราะมีของจริงให้จับ)
หายไปหมดแล้ว T^T
นี่เราต้องเริ่มต้นตามหาพวกเขาใหม่อีกครั้งใช่มั้ยเนี่ย
สิ่งที่ผมนึกขึ้นได้หลังจากนั้น ก็คือ
ชั้น 2 เมื่อขึ้นไปพบว่า
ตู้โชว์ที่เคยมีหัวโขนอันงดงามได้หายไปเสียเเล้ว
ห้างกำลังจะปิดตัวในอีกไม่นาน
ผมก็เลยตัดสินใจวัดดวงถามเจ้าหน้าที่
โชคยังดี เขาบอกว่าของตรงนั้นบางส่วน
ได้ย้ายไปที่ตึกเพรสซิเด้นท์
ผมไม่คิดมาก รีบสาวเท้าเดินไปที่นั่นทันที
ในใจก็คิด ปีนี้พวกหมอดูจอมปั่นหุ้น
กำลังปั่นกระแสพระคเนศ
หลังจากที่พวกนั้นดูดเงิน
จากองค์จตุคามรามเทพมาเเล้ว
ผมคงรู้สึกไม่ดีเเน่ ถ้างานศิลปะชั้นสูงชิ้นนั้น
ไปตกอยู่ในสภาพของความงมงายแบบนั้น
หรือไม่ก็ตกอยู่ในมือของชาวต่างชาติที่ไม่รู้ค่า
ไม่รู้ว่ายังไง อยู่ๆในหัวใจมันก็มี
นายจันหนวดเขี้ยวมาเต้นประกอบเพลงระนาดรัว
(นึกตามแล้วอาจป่วยได้)
ทำไมวันนี้กูรู้สึกหวงแหนความเป็นไทยอย่างงี้วะ
ทั้งๆที่แต่ก่อนก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้
แต่พอนึกถึงว่าถ้ามีเจ๊กสิงคโปร์ที่ชอบ
ซื้องานศิลปินไทยแล้ว ยิ่งทำให้ต้องรีบไปดูโดยด่วน
ไปถึงหน้าร้าน น้ำตาแทบไหล เศียรนั้นยังอยู่
แถมตั้งอยู่หน้าร้านโชว์เลยด้วย
เจ้าหน้าที่เขากำลังจัดของยังไม่เรียบร้อย
ไม่ต้องคิดมาแล้วครับ
ไม่เสียดายเลยที่เกิดมาเป็นคนไทย
เจ้าหน้าที่เขาห่อให้ดีมากเลยครับ
ด้านหน้าตรง สังเกตได้ว่ารายละเอียดของงาน
เนี้ยบมากโครงสร้างของช้างไม่ดูขัดตา
ด้านข้าง
ด้านหลัง
ด้วยขนาดของหุ่นละครเล็ก
กับงานที่มีรายละเอียดขนาดนี้
ขอคาราวะในความเป็นช่างไทย
ของครูช่างท่านนี้จริงๆ
ถ้ามีโอกาส สงสัยต้องตามสืบซะเเล้ว...
นับวันศิลปะไทยก็กำลังเลือนหายไป
จากสังคมเรา เเต่ผมเชื่อนะ
ว่ามันไม่เคยหายไปจากใจคนไทยเลย